หาสถานที่เหมาะสม



– สภาพจิตใจและสุขภาพกายก่อนออกทริป

ก่อนที่คุณจะออกทริป หนึ่งเลยคุณต้องมีสภาพจิตใจและสุขภาพกายที่พร้อม สองคือคุณต้องอยู่ในสถานที่ บรรยากาศที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี

แต่ถ้าคุณอยากจะออกทริปแบบจริงจังละก็คุณต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนซัก 2-3 วันถึงจะดีมาก

และก่อนเราทานเห็ดเราควรกินอาหารมื้อเบาอย่างเช่น น้ำผลไม้ ผัก หรือซุป เพราะมันจะทำให้เห็ดทรัฟเฟิลซึบซับเข้าร่างกายเราได้ดี

และคำเตือนคือห้ามใช้ยาไซคีเดลิคตอนเราซึมเศร้าหรือดาวน์,โมโห,ป่วย หรือมีเรื่องมีราวให้คิดมาก เพราะของพวกนี้มันเปรียบเหมือนกล้องจุลทรรศน์ที่ขยายจิตใจของเรา

ส่วนคนที่มีปัญหาเรื่องซึมเศร้าหรือมีปัญหาทางด้านจิตใจควรใช้เห็ดร่วมกับ Trip Sitter หรือ Shaman เอาง่ายๆก็คือคนคุมทริปนั่นเอง

และมันไม่ใช่ไอเดียที่ดีเลยหากคุณต้องการจะออกทริปคนเดียวโดยที่สภาพจิตใจคุณยังไม่โอเค คุณควรพักผ่อนให้เต็มที่ ทำจิตใจให้สงบ ก่อนที่คุณจะทาน Magic ทรัฟเฟิล หรือ Magic mushroom รับรองครับว่าคุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่แน่นอน

– วิธีการออกทริปเป็นกลุ่ม

และถ้าคุณจะออกทริปเป็นกลุ่มละก็ กลุ่มนั้นควรจะเป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มาก 2 ถึง 4 คนกำลังดี และขอย้ำนะครับว่าไม่ควรออกทริปคนเดียวในครั้งแรก
แต่ถ้าคุณออกทริปบ่อยๆแล้วการออกทริปคนเดียวก็เป็นไอเดียที่ดี เพราะมันจะเป็นการเข้าถึงตัวตนเราอย่างแท้จริงครับ

เวลาคุณออกทริปเป็นกลุ่มไม่จำเป็นที่คนใดคนนึงต้องไม่กินเห็ด มันจะดีมากเลยหากทุกคนได้กินเห็ดและคอนเนคกันไปสู่มิติใหม่ๆ แต่ถ้ากลุ่มทริปของคุณยังมือใหม่อยู่ ผมขอแนะนำให้มีคนในคนนึงในกลุ่มกินเห็ดปริมาณไมโครโดส หรือปริมาณน้อยๆ เพื่อที่สามารถคุมทริปให้คนอื่นๆได้ครับ และที่สำคัญก่อนการออกทริปความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญเพราะมันจะทำให้เราสบายใจกับเพื่อนๆที่ร่วมทริปด้วย

– การออกทริปกับ Trip sitter

ถ้าคุณอยากใช้เห็ดเป็นปริมาณโดสเยอะๆ คุณควรต้องมีคนที่มีประสบการณ์ในการออกทริปมาคุมทริปเรา

ที่สำคัญ Trip sitter ควรต้องไม่ใช้เห็ดเพราะเค้าจะได้มีสติพอที่จะดูแลคนออกทริปได้ อย่างเช่นหาน้ำให้ดื่ม หาอาการให้กิน หรือค่อยดูแลนั่นเอง เพื่อความปลอดภัยครับ

– การออกทริปนอกสถานที่

เราควรไปในที่ที่เป็นธรรมชาติ อย่างเช่น ชายหาด ทะเล ภูเขา พยายาม Relax และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ตึงเครียดและสถานที่ที่วุ่นวาย

– วิธีการทำให้อาการ Magic mushroom ลดลง

การที่จะทำให้ฤทธิ์ของเห็ดลดลงเคล็ดลับง่ายๆคือ ดื่มน้ำส้มคั้นสดหรือกินวิตามิน c จะช่วยได้ไม่มากก็น้อย

– การใช้ยาตัวอื่นระหว่างออกทริป

อย่า! ใช้ยาตัวอื่นขณะที่เรากำลังออกทริปนะครับ เพราะการออกทริปเห็ดแค่นี้ก็มหัศจรรย์อยู่แล้ว ไม่ต้องพึ่งยาตัวอื่นระหว่างออกทริปเลยครับ

แต่กัญชาถือเป็นข้อยกเว้น บางคนอาจสูบก่อนออกทริปหรือระหว่างทริป ถ้าคุณสูบระหว่างทริปมันจะทำให้คุณไปถึงจุดพีคของทริปได้ครับ

– สภาพแวดล้อมในการออกทริป

มันสำคัญมากเลยที่เราต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีในการออกทริปโดยเฉพาะการออกทริปแรกของคุณ
สถานที่นั้นต้องเป็นที่ๆคุณคุ้นเคย ปลอดภัย ถ้าเป็นบ้านคุณจะเป็นอะไรที่ perfect มากสำหรับการออกทริป ทริปแรกของคุณ

คำเตือนเลยนะครับ ผมไม่แนะนำให้ออกทริปครั้งแรกโดยการออกไปข้างนอก ในที่ๆผู้คนวุ่นวาย คุณควรอยู่เป็นที่เป็นทาง งดเล่นโทรศัพท์ และก็โฟกัสไปที่การออกทริปโดยปราศจากสิ่งรบกวน

– การเตรียมตัวเตรียมสถานที่ให้พร้อม

คุณควรต้องเตรียมสถานที่ให้พร้อมอย่างเช่น
การหาสถานที่ทางธรรมชาติ หรือธรรมชาติบำบัดนั่นเอง หรือ ในห้องนอนที่สะอาดแสงไฟสลัว หรือสถานที่เงียบๆที่คุณชอบไปจะได้ไม่มีใครมารบกวนการออกทริปของพวกคุณได้ครับ

– ระยะเวลาในการออกทริป

ในยุคสมัยก่อนการออกทริปจะออกตอนตะวันตกดินจนถึงตะวันโผล่ขึ้นฟ้า

เราควรเริ่มตั้งแต่ตอนเย็นออกทริปเข้าสู่ช่วงกลางคืน
แต่ถ้าคุณอยากนอนช่วงกลางคืน คุณควรใช้เห็ดซักช่วง บ่าย3หรือบ่าย4โมง ของก็จะลงประมาณเที่ยงคืนและคุณก็จะมีเวลานอนในช่วงกลางคืน
(แต่มันขึ้นอยู่กับปริมาณเห็ดที่เราใช้นะครับ)

HAVE A GOOD TRIP EVERYONE

—————————————————————

“Set and Setting”: หัวใจสำคัญของการเดินทางสู่จิตสำนึกด้วยสารไซคีเดลิค

ในโลกที่วิทยาศาสตร์กำลังเปิดประตูสู่การทำความเข้าใจศักยภาพของสารไซคีเดลิคเพื่อการบำบัดและสำรวจจิตสำนึก สิ่งหนึ่งที่นักวิจัยและผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อประสบการณ์ที่ได้รับ นั่นคือหลักการของ “Set and Setting”

คำว่า “Set and Setting” อาจฟังดูเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วมันคือแก่นแท้ของการเตรียมพร้อมที่ครอบคลุมทั้งมิติทางจิตใจ ร่างกาย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเดินทางด้วยสารไซคีเดลิคเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในบริบทของการเยียวยาจิตใจและพัฒนาตนเอง

“Set” (สภาวะจิตใจ): การเตรียมพร้อมจากภายใน

“Set” หมายถึง สภาวะทางจิตใจ อารมณ์ และความคาดหวังของผู้ที่จะเข้าสู่ประสบการณ์ไซคีเดลิค ซึ่งรวมถึง:

  1. เจตนาที่ชัดเจน (Intention): ก่อนการเดินทาง สิ่งสำคัญคือการกำหนดเจตนาที่ชัดเจนว่าต้องการอะไรจากประสบการณ์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาบาดแผลทางใจ การสำรวจรูปแบบความคิด ความเข้าใจในตนเองที่ลึกซึ้งขึ้น หรือการแสวงหาแรงบันดาลใจ การมีเจตนาที่ชัดเจนจะช่วยเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางจิตในระหว่างประสบการณ์ที่อาจสับสนวุ่นวาย
  2. สุขภาพจิตและอารมณ์ (Mental & Emotional State): ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาวะจิตใจที่ค่อนข้างมั่นคง ปราศจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง การมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตร้ายแรง เช่น โรคจิตเภท หรือโรคไบโพลาร์ ถือเป็นข้อห้ามที่สำคัญอย่างยิ่งในการใช้สารไซคีเดลิค เนื่องจากอาจกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้
  3. ความรู้และความเข้าใจ (Knowledge & Understanding): การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารที่ใช้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ระยะเวลาการออกฤทธิ์ และแนวทางปฏิบัติอย่างละเอียด จะช่วยลดความกังวลและความกลัวที่ไม่จำเป็น และช่วยให้สามารถรับมือกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ
  4. การเปิดใจและการปล่อยวาง (Openness & Surrender): ประสบการณ์ไซคีเดลิคอาจนำพาคุณไปพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือท้าทาย การเปิดใจยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ต่อต้านหรือพยายามควบคุมมากเกินไป ถือเป็นทัศนคติที่สำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์นั้น

“Setting” (สภาพแวดล้อม): การสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและเอื้ออำนวย

“Setting” หมายถึง สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่บุคคลนั้นอยู่ในระหว่างการเดินทาง ซึ่งรวมถึง:

  1. สถานที่ (Physical Environment): ควรเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ ปลอดภัย คุ้นเคย และรู้สึกสบายใจ อาจเป็นห้องส่วนตัวที่จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี หรือสถานที่ในธรรมชาติที่ร่มรื่นและปลอดจากสิ่งรบกวนภายนอก แสง สี เสียง และอุณหภูมิ ล้วนมีผลต่อประสบการณ์ที่ได้รับ
  2. ผู้ดูแล/ผู้นำทาง (Guide/Sitter): การมีผู้ดูแลที่มีสติ มีความรู้ ประสบการณ์ และไว้ใจได้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ดูแลจะทำหน้าที่เป็นหลักยึด ให้การสนับสนุนทางอารมณ์ และช่วยนำทางเมื่อเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก นอกจากนี้ยังเป็นผู้ช่วยดูแลความปลอดภัยทางกายภาพด้วย
  3. บรรยากาศ (Atmosphere): การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสำรวจภายในเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเปิดเพลงที่ผ่อนคลายหรือเพลงที่มีความหมายเชิงจิตวิญญาณ การจัดแสงที่อบอุ่น การมีผ้าห่มสบายๆ หรือสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกมั่นคงและปลอดภัย
  4. เวลา (Timing): ควรเลือกช่วงเวลาที่ไม่มีภาระผูกพัน ไม่เร่งรีบ และสามารถให้เวลากับประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีเวลาพักผ่อนและintegrateประสบการณ์หลังจากนั้น

ทำไม “Set and Setting” จึงเป็นหัวใจสำคัญ?

สารไซคีเดลิคไม่ได้เพียงแค่ “ทำให้ประสาทหลอน” เท่านั้น แต่พวกมันทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตัวเร่งปฏิกิริยา” (Catalyst) ที่ช่วยขยายการรับรู้และเข้าถึงชั้นลึกของจิตสำนึก ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นผลลัพธ์จากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารกับสภาวะภายในของผู้ใช้และบริบทภายนอกโดยรอบ

  • ประสบการณ์ที่สร้างสรรค์: เมื่อ Set and Setting ดี ผู้ใช้มีโอกาสสูงที่จะได้รับประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจ การเยียวยา ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงกับตนเองและจักรวาล
  • ลดความเสี่ยง: การเตรียมตัวที่ดีทั้งภายในและภายนอก ช่วยลดความเสี่ยงของประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ (Bad Trip) เช่น ความหวาดระแวง ความกลัว หรือความสับสน
  • การนำประสบการณ์มาปรับใช้: Set and Setting ที่ดีจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดจำและ “integrate” (บูรณาการ) บทเรียนหรือข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากประสบการณ์ เข้ามาสู่ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีและยั่งยืน

“นิพพาน”

ในเส้นทางแห่งการสำรวจจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นผ่านการฝึกสมาธิ การเจริญสติ หรือการศึกษาเกี่ยวกับสารไซคีเดลิค หลักการของ “Set and Setting” คือกุญแจสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ทุกการเดินทางที่แท้จริงเริ่มต้นจากการเตรียมพร้อมจากภายใน และต้องได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า การศึกษาเกี่ยวกับสารไซคีเดลิคนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจในมิติที่กว้างขึ้น และการใช้สารเหล่านี้ในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดทางกฎหมายในหลายพื้นที่ รวมถึงประเทศไทย การตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการใช้สารเหล่านี้ควรคำนึงถึงความรับผิดชอบและความปลอดภัยสูงสุดเสมอครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจหลักการสำคัญของ “Set and Setting” และเป็นแนวทางในการสำรวจจิตสำนึกอย่างมีสติและปลอดภัยสำหรับทุกท่านครับ


#นิพพานทางกลับบ้าน #SetandSetting #Psychedelics #การเยียวยาจิตใจ #จิตสำนึก #ความปลอดภัย #การเตรียมพร้อม #ภูมิปัญญาโบราณ