ผู้ป่วย ได้เฮ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ส่องแล้ว

22 เมษายน 2567

ผู้ป่วย ได้เฮ — แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ส่องแล้ว

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ: แพทย์แผนไทยจ่ายยาที่มีส่วนผสมเห็ดขี้ควายได้แล้ว

วันที่ 22 เมษายน 2567 ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย เมื่อราชกิจจานุเบกษาประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มิใช่สารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง ที่ให้เสพเพื่อการรักษาโรคหรือเสพเพื่อการศึกษาวิจัยได้ พ.ศ. 2567 ลงนามโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

สาระสำคัญที่ต้องรู้

ข้อ 3 — การรักษาโรค

ยาเสพติดประเภท 5 ที่อยู่ในรูปแบบตำรับยาและได้รับอนุญาตให้ผลิตเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อนุญาตให้เสพเพื่อการรักษาโรคได้

ข้อ 4 — การวิจัย

ยาเสพติดประเภท 5 ในรูปแบบตำรับที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเพื่อการศึกษาวิจัย อนุญาตให้เสพเพื่อการศึกษาวิจัยได้

ความหมายในทางปฏิบัติคืออะไร?

สรุปใจความสำคัญได้ว่า แพทย์แผนไทยสามารถจ่ายยาตำรับที่มีส่วนผสมของเห็ดขี้ควาย (psilocybin) ให้แก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในคลินิกได้แล้ว รวมถึงยังสามารถดำเนินการศึกษาวิจัยได้ด้วย

⚠️ ข้อสังเกต: การประกาศนี้ครอบคลุมเฉพาะ ตำรับยา ที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าว ไม่ใช่การอนุญาตให้ใช้เห็ดขี้ควายโดยตรง และยังต้องรอคณะอนุกรรมการร่างประกาศรายละเอียดข้อบังคับเพิ่มเติม

ทำไมถึงสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า?

ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าชนิดดื้อยา (Treatment-Resistant Depression) ในไทยแทบไม่มีทางเลือกนอกจากยาต้านซึมเศร้ากลุ่มเดิมที่ใช้มาหลายทศวรรษ การเปิดช่องให้มีการวิจัยและรักษาด้วยตำรับยาที่มีส่วนผสมของไซโลไซบิน เป็นก้าวแรกที่เปิดประตูสู่ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ยาแผนปัจจุบันไม่ได้ผล

งานวิจัยระดับนานาชาติหลายชิ้นยืนยันว่าไซโลไซบินภายใต้การดูแลทางคลินิกมีศักยภาพในการบรรเทาซึมเศร้าและความวิตกกังวลได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังที่หลายประเทศอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เริ่มอนุญาตใช้ทางการแพทย์แล้ว

“เป็นที่น่ายินดียิ่งในวงการ ถือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับผู้ป่วยซึมเศร้า ต่อไปคงได้ยารักษาที่ถูกลงและรักษาได้ผลจริง”

— นิพพาน.

ลิงก์อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา ฉบับสมบูรณ์

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ราชกิจจานุเบกษา 2567

บทความนี้นำเสนอข้อมูลเชิงข่าวและกฎหมายเพื่อการศึกษาเท่านั้น ผู้สนใจควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน