Psilocybin กับ Mystical Experience คืออะไร เมื่อวิทยาศาสตร์วัดประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ

ภาพประกอบประสบการณ์ลึกลับจาก psilocybin หรือ mystical experience

ซีรีส์งานวิจัย Johns Hopkins — ตอนที่ 1

ปี 2015 นิตยสารศาสนาฉบับหนึ่งในสหรัฐฯ ลงประกาศที่ฟังดูแปลกประหลาด — “รับสมัครนักบวชเข้าร่วมงานวิจัย Psilocybin กับประสบการณ์ศักดิ์สิทธิ์” ต้นสังกัดคือ Johns Hopkins School of Medicine และเบื้องหลังประกาศนี้คือคำถามที่นักวิทยาศาสตร์พยายามตอบมานานหลายทศวรรษ — ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณสามารถ “วัด” ได้จริงหรือไม่

บรรยากาศภายในห้องทดลองของ Johns Hopkins

ห้องทดลองที่ไม่เหมือนห้องทดลองไหน

ย้อนกลับไปปี 2006 Roland Griffiths และทีมวิจัยที่ Johns Hopkins คัดเลือกอาสาสมัคร 36 คนที่ไม่เคยใช้สารหลอนประสาทมาก่อนเลยในชีวิต แต่ทุกคนมีจุดร่วมกันอย่างหนึ่ง — เป็นคนที่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาหรือจิตวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ

แต่ละคนเข้าห้องทดลองที่ตกแต่งให้ดูเหมือนห้องนั่งเล่นมากกว่าคลินิก มีโซฟานุ่ม แสงไฟสลัว เพลงบรรเลงเบาๆ พวกเขาปิดตาด้วยผ้าปิดตา สวมหูฟัง แล้วกลืนแคปซูลที่อาจเป็นไซโลไซบิน หรืออาจเป็นยา methylphenidate (สารกระตุ้นที่ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ) — ไม่มีใครในห้อง รวมถึงตัวอาสาสมัครเอง รู้ว่าได้อะไรไป จนกว่าฤทธิ์จะเริ่มออก เซสชันหนึ่งใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมง มีคนคอยดูแลอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในห้องนั้น

สำหรับคนที่ได้รับไซโลไซบิน หลายคนบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นประสบการณ์ที่ภาษาธรรมดาไม่พอจะอธิบาย นักวิจัยที่ทำหน้าที่เป็น guide ในโปรแกรมนี้เล่าว่าอาสาสมัครหลายคนพูดถึงความรู้สึกเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง ความรักที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย และความรู้สึกว่าความกังวลในชีวิตประจำวันไม่มีความหมายอีกต่อไป เมื่อเทียบกับสายสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างตนกับคนที่รัก

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เจอแต่ความสวยงาม เกือบหนึ่งในสามของอาสาสมัครรายงานว่าช่วงหนึ่งของประสบการณ์น่ากลัวมาก แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม — นี่คือเหตุผลที่ Griffiths เตือนอยู่เสมอว่าไม่ควรลองสารนี้ด้วยตัวเองนอกบริบทที่มีการดูแล เพราะความเสี่ยงที่จะเจอประสบการณ์เลวร้ายโดยไม่มีใครช่วยเหลือนั้นสูงกว่ามาก

วัด “ความศักดิ์สิทธิ์” ด้วยแบบสอบถาม

คำถามที่ยากที่สุดของงานวิจัยนี้ไม่ใช่การให้สาร แต่คือการหาวิธี “วัด” สิ่งที่เกิดขึ้น นักวิจัยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Mystical Experience Questionnaire (MEQ) ซึ่งประเมินประสบการณ์ผ่านมิติต่างๆ เช่น ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่ง (unity) ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ (sacredness) ความรู้สึกหลุดพ้นจากเวลาและสถานที่ (transcendence) และความรู้สึกที่ภาษาบรรยายไม่ได้ (ineffability)

สิ่งที่น่าทึ่งคือ คะแนนที่อาสาสมัครให้กับประสบการณ์จากไซโลไซบิน ใกล้เคียงกับคะแนนของคนที่รายงานประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (spontaneous mystical experience) — เป็นครั้งแรกที่วิทยาศาสตร์มีวิธีเรียกประสบการณ์แบบนี้ขึ้นมาในห้องทดลองได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่รอให้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ

ผลที่ตามมาไม่ได้จบแค่ในวันนั้น

สิ่งที่ทำให้งานวิจัยนี้ถูกพูดถึงมากไม่ใช่แค่ประสบการณ์ระหว่างเซสชัน แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อติดตามผลที่ 14 เดือน อาสาสมัคร 58% จัดอันดับให้ประสบการณ์ครั้งนั้นเป็นหนึ่งในห้าประสบการณ์ที่มีความหมายที่สุดในชีวิต และ 67% จัดให้เป็นหนึ่งในห้าประสบการณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในชีวิต — เทียบเท่าระดับเดียวกับการมีลูกคนแรก หรือการสูญเสียพ่อแม่

64% รายงานว่าประสบการณ์นั้นเพิ่มความพึงพอใจในชีวิตหรือความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และ 58% เข้าเกณฑ์ที่นักวิจัยเรียกว่า “complete mystical experience” คือมีองค์ประกอบครบทุกมิติตามแบบสอบถาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ คนใกล้ชิดของอาสาสมัคร เช่น คู่สมรสหรือเพื่อนสนิท ก็ยืนยันเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านทัศนคติและพฤติกรรมของอาสาสมัครจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่อาสาสมัครประเมินตัวเองเพียงฝ่ายเดียว

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: งานวิจัยชิ้นนี้ (Griffiths et al. 2006, 2008) กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้วงการวิทยาศาสตร์กลับมาสนใจไซโลไซบินอย่างจริงจังอีกครั้ง หลังจากถูกมองข้ามไปนานกว่า 30 ปี และเป็นรากฐานที่งานวิจัยเรื่องซึมเศร้า มะเร็ง และการเลิกบุหรี่ในตอนถัดๆ ไปของซีรีส์นี้ต่อยอดมา

สิ่งที่ยังต้องระวัง

แม้ตัวเลขจะดูน่าประทับใจ แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมอย่างเข้มงวดที่สุด — สถานที่ปลอดภัย มีผู้ดูแลผ่านการฝึกฝนตลอดเซสชัน คัดกรองอาสาสมัครอย่างละเอียดก่อนเข้าร่วม และมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ผลลัพธ์เหล่านี้จึงไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนการใช้เห็ดวิเศษด้วยตัวเองนอกบริบทที่ปลอดภัยได้

บทความนี้นำเสนอข้อมูลงานวิจัยเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือคำชักชวนให้ใช้สาร Psilocybin ยังคงเป็นสารควบคุมตามกฎหมายไทย

แหล่งอ้างอิงงานวิจัย

อ่านตอนอื่นในซีรีส์นี้ได้ที่ งานวิจัย Psilocybin จาก Johns Hopkins — 20 ปีแห่งการค้นพบ และ ศูนย์ความรู้ Psychedelic ของนิพพาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *